ฤาษีทัศนาจร เล่ม ๔

60 เปิดอก ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย สําหรับงวดนี้หรือว่าตอนนี้ ขอให้ชื่อว่า เป็นตอนเปิดอก ทั้งนี้ก็เพราะว่า มีบรรดาท่านพุทธบริษัทหลายท่านมาถามถึงความรู้สึกเนื่องในการพูด แล้วก็บันทึก เป็นตัวหนังสือก็ดี ออกอากาศก็ดี เมื่อพูดแล้วดูทีเหมือนว่าแสดงอาการโมโหโทโสมาก ท่าน ทั้งหลายเหล่านั้นก็ชักสงสัย ว่าตามที่แสดงอาการเหมือนคนโมโหนี่ ความจริงโมโหด้วยหรือเปล่า แหม ท่านพูดน่าคิด เพราะอะไร ท่านพุทธบริษัท องค์สมเด็จพระทรงสวัสดิโสภาคสอนเข้าไว้ว่า พระที่บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนาต้องละความโลภ หรือว่าความรัก รักเนื่องด้วยกามคุณ ความ จริงทั้งสองอย่างนี้ท่านจัดเข้าไว้เป็นอันเดียวกัน ละความโลภ ความโกรธ ความหลง ทีนี้อาการที่พูด ออกไปมันมีอาการเหมือนคนโกรธจัด ก็เป็นเหตุให้บรรดาท่านพุทธบริษัทสงสัย ที่ไม่กล้าจะถามก็ คงจะมีหลายท่านด้วย เกรงใจ ไม่ใช่กลัว บางท่านก็เลยเกลียดนํ้าหน้าไปเลย เลยไม่อยากถาม ที่ท่าน มีความกล้าหน่อย ถือความจริงใจเป็นสําคัญ ก็ย่องเข้าถาม การไปกรุงเทพฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม ก็มีหลายท่านด้วยกัน ที่เป็นนักเขียนบ้าง ไม่ใช่ นักเขียนบ้าง คือนักอ่านบ้าง นักฟังบ้าง นักดูบ้าง แล้วก็มาถามว่าโมโหหรือเปล่าเวลาพูด เห็นท่าทาง เหมือนโมโห หรือว่าโกรธหรือเปล่า โมโหน่ะ ความจริงมาจากโมหะ แปลว่าหลง หลงหรือโง่ นั่นเอง คนโกรธก็คนโง่ คนโลภก็คนโง่ คนรักในกามคุณก็คนโง่ คิดว่าตัวจะไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตายก็ โง่ โง่เพราะอะไร เพราะว่าของเหล่านี้มันไม่ทรงตัวจริง นี่พระพุทธเจ้าท่านพูดไว้ บรรดาท่านพุทธ บริษัทชายหญิงทุกคนได้รับทราบทั้งหมด ทีนี้มาได้ฟังพระในศาสนาพระสมเด็จบรมสุคต พูด ท่าทางโมโหโทโสเป็นนักเลงโตด้วยประการทั้งปวงก็ชักสงสัย เมื่อท่านทั้งหลายสงสัย ก็จะเปลื้องความสงสัยให้ว่าที่พูดไปน่ะ ความจริงไม่ได้โมโห หรือ ไม่ได้โกรธใครทั้งหมด เป็นแต่เพียงว่าพูดไปเพราะห่วงใยศาสนาขององค์สมเด็จพระบรมศาสดา สัมมาสัมพุทธเจ้า และห่วงใยประเทศชาติ ห่วงใยประชาชนทั้งหลายที่อยู่ในชาติไทย แล้วก็ห่วงใย

RkJQdWJsaXNoZXIy NzAxNDYz